Tag Archives: lovethailand

แกงโฮะ อาหารเหนือ

แกงโฮะ เมนูอาหารภาคเหนือยอดนิยม กับจุดกำเนิดซึ่งมาจากแกงเหลือ และกรรมวิธีลด Food Waste อันชาญฉลาดของคนล้านนา ต้องมีเครื่องปรุงแกงฮังเลเพิ่มเพื่อความเข้มข้นของรสชาติ แต่ โฮะ ในความหมายของแกงโฮะวัดมีมิติที่ซับซ้อนมากกว่านั้น

แกงฮังเล หรือแกงฮินเล อาหารเหนือ เป็นอาหารไทยประเภทแกงรสชาติเค็ม-เปรี้ยว แกงฮังเลมีต้นกำเนิดจากประเทศพม่า โดยคำว่า ฮี่น ในภาษาพม่าแปลว่า แกง และ เล่ ในภาษาพม่าแปลว่า เนื้อสัตว์ แกงฮังเลได้รับความนิยมจากชาวไทยภาคเหนือและแคว้นสิบสองปันนา ประเทศจีน

วิธีปรุงแกงฮังเลมีสองแบบคือแบบพม่าและแบบเชียงแสน โดยแบบพม่าได้รับความนิยมมากกว่า แกงฮังเลพม่ารสชาติออกเปรี้ยวเค็ม น้ำขลุกขลิก ใส่ขิง น้ำมะขามเปียก กระเทียมดอง ถั่วลิสง น้ำตาลอ้อย ส่วนแกงฮังเลเชียงแสนเพิ่มถั่วฝักยาว พริก หน่อไม้ดอง งาคั่ว ส่วนประกอบสำคัญจะต้องมีผงแกงฮังเลหรือผงมัสล่าซึ่งเป็นผงเครื่องเทศแบบผสมแบบเดียวกับการัม มาซาลาของอินเดีย น้ำพริกแกงประกอบด้วยพริกแห้ง เกลือ ข่าแก่ ตะไคร้ กระเทียม หอมแดง แกงฮังเลแบบไทใหญ่ น้ำขลุกขลิกและกินกับมะม่วงสะนาบซึ่งเป็นมะม่วงสับ ยำกับกะปิคั่ว กุ้งแห้งป่น และกระเทียมเจียว

ส่วนผสมแกงโฮะ
1. แกงฮังเล 300 กรัม
2. หมูพะโล้ 200 กรัม
3. หน่อโอ่ 200 กรัม (ถ้าใช้หน่อไม้ดองต้องต้มน้ำทิ้งก่อน)
4. ตะไคร้ซอย 2 ช้อน
5. ถั่วฝักยาวหั่น
6 มะเขือม่วงหั่น
7. วุ้นเส้น 80 กรัม (แช่น้ำให้นิ่ม)
8. น้ำมันหมู
9. กระเทียม
10. พริกแกงเผ็ด 1 ช้อน
11. ซีอิ๊วขาว
12. มะเขือพวง
13. ใบมะกรูดฉีก
14. ลูกโดด
15. ใบชะพลู
16. ยอดตำลึง
17. ชะอม
18. แคบหมู

วิธีทำ
1. ตั้งกระทะให้พอร้อนใส่น้ำมันหมู และกระเทียม เจียวให้เหลืองกรอบ จากนั้นตักออกพอให้เหลือติดกระทะนิดหน่อย แล้วใส่พริกแกงเผ็ด จากนั้นผัดให้หอม 

2. ใส่แกงฮังเล และใส่หมูพะโล้ที่เตรียมมาลงไป ผัดให้เดือด แล้วใส่หน่องโอ่, มะเขือม่วง และถั่วฝักยาว ผัดต่อให้เข้ากัน จากนั้นปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ใส่ตะไคร้ซอย แล้วผัดให้เข้ากันอีกครั้ง

3. นำวุ้นเส้นที่เตรียมมาใส่ลงไปในกระทะ ใส่มะเขือพวงตามมา จากนั้นใส่ใบมะกรูดฉีก และลูกโดด โดยคั่วต่อให้แห้งขึ้น จากนั้นใส่ใบชะพลูลงไป โรยยอดตำลึง และชะอมตามลงไป แล้วคั่วให้เข้ากันอีกครั้ง

4. จัดจาน และโรยใบมะกรูดซอย และกระเทียมเจียวที่เหลือบนแกงโฮะ จากนั้นโรยพริกตามชอบ และทานคู่กับแคบหมู

ทุ่งกุลาร้องไห้

ทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นทุ่งกว้างใหญ่ของภาคอีสาน มีอาณาเขตครอบคลุมถึง 5 จังหวัด คือ ในแนวทิศเหนือนั้นครอบคลุมอำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย ของจังหวัดร้อยเอ็ด

ทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นทุ่งกว้างใหญ่ของภาคอีสาน มีพื้นที่กว้างประมาณ 2 ล้านไร่ และมีอาณาเขตครอบคลุมถึง 5 จังหวัด คือ จังหวัดสุรินทร์ ในเขตอำเภอชุมพลบุรี และอำเภอท่าตูม จังหวัดยโสธรในเขตอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดมหาสารคามในเขตอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดบุรีรัมย์ ในเขตอำเภอพุทไธสงและจังหวัดร้อยเอ็ด ในเขตอำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ และ อำเภอโพนทราย ซึ่งกินเนื้อที่ทุ่งกุลาร้องไห้มากที่สุดประมาณ 3 ใน 5 อาจกล่าวได้ว่า

ทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นที่ราบที่มีอาณาเขตกว้างขวางใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ส่วนพื้นที่ที่ต่อเนื่องกันมากที่สุด กว้างยาวที่สุดนั้น เริ่มตั้งแต่อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคามเรื่อยขึ้นไปทางตะวันออก ส่วนกว้างที่สุดอยู่ในท้องที่อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอโพนทราย มีเนื้อที่ประมาณ 847,000 ไร่ สาเหตุที่ทุ่งกว้างแห่งนี้ได้ชื่อว่าทุ่งกุลาร้องไห้นั้นก็ด้วยมีเรื่องเล่ากันว่า พวกกุลาซึ่งเป็นพวกที่เดินทางค้าขาย ระหว่างเมืองต่าง ๆ ในสมัยโบราณได้ชื่อว่าเป็นนักต่อสู้ คือมีความเข้มแข็ง อดทนเป็นเยี่ยม

แต่เมื่อพวกกุลาเดินทางมาถึงทุ่งนี้ได้รับความทุกข์ยากเป็นอันมากจนถึงกับร้องไห้เพราะ ตลอดทุ่งนี้ไม่มีน้ำหรือต้นไม้ใหญ่เลยฤดูแล้งแผ่นดินก็แห้งแตกเป็นระแหง ปัจจุบันทุ่งกว้างใหญ่นี้ได้รับการพัฒนาจากส่วนราชการ และหน่วยงานต่าง โดยเป็นที่ทำการของศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ กรมพัฒนาที่ดิน บางแห่งก็ทำการเกษตรกรรม จนกลายเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน หรือบางแห่งก็ใช้ เป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ซึ่งนับแต่จะมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นเรื่อย ๆ ศูนย์พัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ห่างจากที่ว่าการอำเภอสุวรรณภูมิ 6 กิโลเมตร เลยกู่พระโกนาไปเล็กน้อย

ทุ่งกุลา นิยามของความแห้งแล้งกันดาร แผ่นดินแตกระแหง ผู้คนเผชิญกับความยากจนข้นแค้น ต่อมากรมพัฒนาที่ดินได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาสำรวจและพัฒนาที่ดินในปี พ.ศ. 2524 – 2527 พร้อมทั้งสร้างถนน คลองส่งน้ำและอ่างเก็บน้ำ ทำการจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรได้ทำกินอย่างทั่วถึง สามารถพลิกฟื้นให้ชุ่มชื้นเขียวชอุ่ม และพบว่าดินทุ่งกุลามีคุณสมบัติเฉพาะ ที่ผลิตข้าวให้หอมเป็นพิเศษโดยไม่มีที่ไหนเหมือน

และในต้นปี พ.ศ. 2530 พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ (ตำแหน่ง ผบ.ทบ.ขณะนั้น) ได้น้อมนำกระแสพระราชดำริจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาช่วยเหลือราษฎรภาคอีสานใน “โครงการอีสานเขียว” ทำให้ทุ่งกุลาได้รับการพัฒนาในครั้งนั้นด้วย

เมื่อทุ่งกุลาได้รับการพัฒนาจากภาครัฐ นิยามที่บอกว่าแห้งแล้งกันดารได้เปลี่ยนมาเป็น “ทุ่งกุลาไม่ร้องไห้แล้ว” อีกครั้ง ในยุคมั่งคั่งข้าวหอม เพราะทุ่งกุลาเป็นแหล่งผลิตข้าวที่โลกรู้จักในนาม “ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้” (Khao Hom Mali Thung Kula Rong Hai) ที่สร้างชื่อเสียงและเป็นสินค้าออกที่สำคัญให้กับจังหวัดในเขตทุ่งกุลา คือ จังหวัดร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, สุรินทร์, ยโสธร, และศรีสะเกษ

ข้าวซอย อาหารเหนือ

ข้าวซอย อาหารเหนือ

ข้าวซอย อาหารเหนือ เป็นอาหารชนิดหนึ่ง ซึ่งมีที่มาจากอาหารของชาวมุสลิม โดยชาวจีนฮ่อมุสลิม ซึ่งบางแห่งเรียกชื่อเต็มว่า ข้าวซอยฮ่อ หรือ ข้าวซอยอิสลาม ดังนั้น ข้าวซอยจึงใช้เนื้อไก่และเนื้อวัวเป็นส่วนผสม ต่อมากลายเป็นอาหารเหนือที่ถือเป็นเมนูยอดฮิตอีกหนึ่งอย่าง นอกเหนือไปจากน้ำพริกหนุ่มกับแคปหมู หรือขนมจีนน้ำเงี้ยว ก็ต้องเมนูข้าวซอยอาหารภาคเหนือเมนูนี้เลย
 
ส่วนผสมพริกแกง:
1. เกลือ 1 ช้อนชา
2. เม็ดผักชีคั่ว 1/2 ช้อนโต๊ะ
3. กระเทียมคั่ว 10 กลีบ
4. กระวานดำคั่ว 3 ลูก (แกเอาแต่เม็ด)
5. พริกแห้งเม็ดใหญ่ 7 เม็ด (จี่ไฟให้กรอบ)
6. พริกแห้งเม็ดเล็ก 5 เม็ด (จี่ไฟให้กรอบ)
7. ข่าคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
8. ผิวมะกรูด 1 ลูก
9. ตะไคร้ซอยคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
10. หอมแดงคั่ว 100 กรัม
11. ขมิ้นคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
12. กระปิ 2 ช้อนโต๊ะ
13. ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ
 
วัตถุดิบหลัก:
1. หางกะทิ 1,500 กรัม
2. เกลือ 1 ช้อนชา
3. น่องไก่ 1 กิโลกรัม
4. หัวกะทิ 500 กรัม (แบ่งใส่ครึ่งหนึ่ง)
5. น้ำตราลปิ๊บ
6. น้ำปลา
7. ซีอิ้วดำ
8. บะหมี่ไข่เส้นแบน (เส้นข้าวซอย)
9. น้ำมันพืช
10. ต้นหอมซอย
11. ผักชี
 
เครื่องเคียง
1. ผักกาดดอง
2. หอมแดง
3. พริกผัดน้ำมัน
4. มะนาว
 
วิธีทำ
1. เตรียมทำพริกแกง โดยนำเกลือ และเม็ดผักชีชั่วที่เตรียมมาโขลก ในครก จากนั้นใส่ กระเทียมคั่ว, กระวานดำคั่ว, พริกแห้งเม็ดใหญ่, พริกแห้งเม็ดเล็ก และข่าคั่ว จากนั้นโขลก และตำให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นใส่ ผิวมะกรูด และตะไคร้ซอยคั่ว ตำให้เข้ากันอีกครั้ง โดยตำให้หยาบเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นใส่ ขมิ้นคั่ว, กระปิ และผงกะหรี่ โดยตำให้เข้ากันอีกครั้ง

2. ตั้งกระทะ แล้วใส่วัตถุดิบหลักทั้งหมดที่เตรียมมาลงไป เคี่ยวจนน่องไก่เปื่อยนุ่ม

3. ตั้งกระทะ ใส่หัวกะทิที่เตรียมมาเคี่ยวจนกะทิแตกมัน จากนั้นใส่พริกแกงที่ได้เตรียมมาลงไป ผัดให้มีกลิ่นหอม และแห้ง จากนั้นใส่หัวกะทิส่วนที่เหลือลงไป ผัดอีกครั้ง และเติมหางกะทิเคี่ยวไก่ที่ได้เตรียมมาลงไป (เอาแต่กะทิยังไม่ต้องใส่ไก่ลงไป) เคี้ยวให้เดือด แล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลปิ๊บ และน้ำปลา จากนั้นใส่น่องไก่ที่ได้แยกไว้ลงไป แต่งสีด้วยซีอิ๊วดำตามใจชอบ

4. เตรียมเส้นข้าวซอย แยกเส้นไม่ให้ติดกัน ตั้งกระทะ รอน้ำมันร้อน จากนั้นหรี่ไฟระดับกลาง แล้วนำเส้นที่เตรียมมาลงไปทอด พอเส้นเหลืองได้ที่นำมาพักเพื่อสะเด็ดน้ำมัน
 
5. ตั้งน้ำเดือด ใส่น้ำมันพืชลงไป ใส่เส้นข้าวซอย ลวกเส้น จากนั้นนำเส้นมาพักไว้
 
6. จัดจานใส่เส้นที่ลวกไว้ และราดแกงที่ทำเสร็จลงไปจากนั้นโรยต้นหอมซอย และผักชี สุดท้ายโรยเส้นข้าวซอยที่ทอดไว้ 
 
7. ใส่เครื่องเคียงที่เตรียมมาลงไปคลุกให้เข้ากัน ก็พร้อมรับประทาน
 

ข้าวซอย คืออาหารพื้นเมืองทางภาคเหนือของประเทศไทย เดิมเรียกว่า “ก๋วยเตี๋ยวฮ่อ” เป็นอาหารที่คล้ายเส้นบะหมี่ ในน้ำซุปที่ใส่เครื่องแกง รสจัดจ้าน มีเครื่องเคียงได้แก่ ผักกาดดอง หอมหัวแดง และมีเครื่องปรุงรส เช่น พริกผัดน้ำมัน น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล ในตำรับดั้งเดิมเนื้อที่ใช้เป็นเนื้อไก่หรือเนื้อวัว

แต่ในปัจจุบันร้านอาหารหลายแห่งได้มีการใช้เนื้อหมูแทน บางแห่งอาจเพิ่มอาหารทะเลหรือเต้าหู้เป็นส่วนประกอบ อาหารจานนี้มักไม่ค่อยมีจำหน่ายในร้านอาหารไทยในต่างประเทศ จะพบบ่อยก็แต่ทางภาคเหนือของไทย ส่วนข้าวซอยในลาวเหนือ สิบสองพันนา และเชียงตุงเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ้งคล้ายกับก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่

แกงอ่อม อาหารเหนือ

แกงอ่อม อาหารเหนือ

 

แกงอ่อม อาหารเหนือ นิยมใช้เนื้อน่องลาย – เนื้อสามชั้น เป็นส่วนผสมหลัก บ้างใช้แต่เครื่องใน เรียก แกงอ่อมเนื้อ มีวิธีการแกงเช่นเดียวกับแกงเนื้อสัตว์อื่น ๆ แกงอ่อม ถือเป็นอาหารชั้นดีอย่างหนึ่งของชาวล้านนา นิยมใช้เลี้ยงแขกในเทศกาลงานเลี้ยงต่าง ๆ
 
ส่วนผสมหลัก
1. เกลือ 1/2 ช้อนชา
2. หอมแดง 7 – 8 ลูก
3. รากผักชี 2 ต้น
4. ข่าแก่ 1 ช้อนชา
5. กระเทียม 2 หัวใหญ่
6. พริกแห้ง (เม็ดกลาง) 3 เม็ด
7. พริกแห้ง (เม็ดใหญ่) 9 เม็ด
8. กระปิ 2 ช้อนโต๊ะ
9. มะแขว่น 1 ช้อนชา
10. เม็ดผักชี 1 ช้อนชา
11. ตะไคร้ 2 ต้น
 
เตรียมผักโรย
1. ผักชีใบเลื่อย 3 – 4 ต้น
2. ใบมะกรูด 2 – 3 ใบ
3. ต้นหอม 2 ต้น
4. ผักชี 2 ต้น
 
วิธีทำ
1. นำพริกแห้งแช่น้ำไว้ จะได้โขลกได้ง่าย จากนั้นนำเครื่องปรุงได้แก่ เกลือ, ข่า, รากผักชี, กระเทียม, ตะไคร้, พริกแห้ง, มะแขว่น และเม็ดผักชี นำมาโขลกรวมกัน ใส่กะปิ และหอมแดง โขลกรวมกันอีกครั้ง เป็นอันเสร็จพริกแกงอ่อม
2. เตรียมผักโรย และหั่นเนื้อน่องลาย – เนื้อสามชั้น หนาประมาณ 1 ซม. 
3. ผัดพริกแกงอ่อมกับน้ำมันให้หอม ผัดให้แห้งจากนั้นใส่เนื้อที่เตรียมมาลงไปในกระทะ และผัดให้เข้ากัน ทยอยใส่น้ำขณะผัด จากนั้นปิดฝา ต้มใช้ไฟอ่อน 1/2 ชั่วโมง และใส่เลือดสดที่เตรียมมา และตุ๋นต่อ 30 นาที หรือจนกว่าเนื้อที่เตรียมจะนุ่ม
4. ใส่ผักโรยที่เตรียมมาลงไปผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ปรุงรสตามชอบ

อาหารภาคเหนือ
 เป็นอาหารที่น่าสนใจอีกภาคหนึ่ง เมนูค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แกง น้ำพริก หรือยำ ประเภทของอาหารก็จะคล้ายภาคอื่น แต่อาหารเหนือจะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์อย่างเด่นชัด เช่นผักบางชนิดก็หาได้ง่ายเฉพาะในภาคเหนือเท่านั้น เพราะภาคเหนือจะเต็มไปด้วยภูเขา จึงมีผัก มีสมุนไพรจากป่าเยอะแยะมากมาย จึงได้พริกแกงที่มีแต่สมุนไพรนานาชนิด ๆ

เมื่อพูดถึงภาคเหนือ คนมักนึกถึงทิวเขา อากาศเย็นสบาย ฝนตกประปราย กับน้ำพริกกลิ่นยั่วยวน จิ้มอาหารแล้วทานคู่ข้าวเหนียว ด้วยอิทธิพลจากวัฒนธรรมล้านนาและไทยอีสาน อาหารเหนือ และอีสาน จึงคล้ายคลึงกันพอประมาณ รสชาติอาหารเหนือไม่ได้เผ็ดแซ่บน้ำตาไหลแบบอีสาน แต่ความจัดจ้านจะมาจากผักและสมุนไพร ทานคู่กับเนื้อแบบต่าง ๆ

 

 

10ที่เที่ยวกาญจนบุรี ไปกี่ทีก็ไม่เบื่อ

เที่ยวกาญจนบุรี ไปกี่ทีก็ไม่เบื่อ กาญจนบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 19,473 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดเชียงใหม่ และมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตก มีระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 129 กิโลเมตร มีชายแดนติดต่อกับประเทศพม่าระยะทางประมาณ 370 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ ทิศเหนือ จรดจังหวัดตากและจังหวัดอุทัยธานี ทิศใต้ จรดจังหวัดราชบุรี ทิศตะวันออก จรดจังหวัดสุพรรณบุรีและนครปฐม ทิศตะวันตก จรดประเทศพม่า

กาญจนบุรี จังหวัดที่มีที่เที่ยวเยอะแยะมากมาย เที่ยวได้ทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้อน หน้าฝน หรือหน้าหนาว ก็ชิลได้ไม่มีคำว่า “เบื่อ” แน่นอน อีกทั้งยังเป็น ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ขับรถแป๊ปเดียวถึงอีกด้วย

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

1. สะพานข้ามแม่น้ำแคว ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ชาวบ้านมักเรียกว่าทางรถไฟสายมรณะ หรือทางรถไฟสายพม่า ถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ถือเป็นสะพานสำคัญที่สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายหลังเมื่อปี พ.ศ. 2489 สามารถใช้ได้ดังเดิม ปัจจุบันได้รับการยกย่อง และถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสันติภาพ 

เมืองมัลลิกา รศ.124

2. เมืองมัลลิกา รศ.124 ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ที่เที่ยวกาญจนบุรีที่จะพานักท่องเที่ยวย้อนเวลากลับไปยังสมัยรัชกาลที่ 5 ภายในมีการจำลองวิถีชีวิตแบบโบราณ และลักษณะความเป็นอยู่ของชาวสยามในอดีต

ถนนปากแพรก

3. ถนนปากแพรก ตำบลบ้านใต้ อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรีที่เป็นชุมชนเมืองที่เก่าแก่ที่สุด ชาวบ้านเรียกว่า ชุนชนถนนปากแพรก หรือชุมชนบ้านเหนือ ไฮไลท์ของที่นี่คือ อาคารบ้านเรือนที่ยังคงสภาพเดิมไว้ เป็นสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบตะวันตกผสมแบบตะวันออก สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา

วัดถ้ำเสือ

4. วัดถ้ำเสือ ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ที่เที่ยวกาญจนบุรีที่เป็นวัดที่มีธรรมชาติโอบล้อม โดยมีสิ่งที่สะดุดสายตานักท่องเที่ยคือ พระพุทธรูปปางประทานพรที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรี

เขาช้างเผือก

5. เขาช้างเผือก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี สุดยอดทางเลือกของนักพจญภัย ซึ่งนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่จองยาก ใน 1 ปี จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น และจำกัดจำนวนคนขึ้นในแต่ละครั้งวันละไม่เกิน 60 คนเพื่อความปลอดภัย และเพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ

ปิล๊อก บ้านอีต่อง-เหมืองปิล๊อก

6. ปิล๊อก บ้านอีต่อง-เหมืองปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ที่เที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี เมืองหมอก และสายฝน อยู่ติดกับชายแดนไทย-พม่า อดีตเคยเป็นเหมืองที่เคยรุ่งเรือง

อำเภอสังขละบุรี

7. อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ที่เที่ยวกาญจนบุรี เมืองชายแดนที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ ขุนเขาที่เขียวขจี และแม่น้ำซองกาเลียที่ไหลผ่านมาจากประเทศพม่า

น้ำตกเอราวัณ

8. น้ำตกเอราวัณ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ที่เที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว เป็นน้ำตกชื่อดังที่มีสีเขียวมรกต เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีทั้งหมด 7 ชั้น

ไร่กาลเวลา

9. ไร่กาลเวลา ตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ที่เที่ยวกาญจนบุรี เป็นฟาร์มเกษตรที่ยึดหลักทฤษฎีการเกษตรแบบผสมผสานตามรอยรัชกาลที่ 9 ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์

10. อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี โบราณสถานที่คู่เมืองกาญจนบุรีมาอย่างยาวนาน แวดล้อมด้วยทิวเขาเป็นแนวยาวโดยรอบ ลักษณะผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กำแพงเมืองก่อสร้างด้วยศิลาแลง

น้ำพริกปลาจี่ อาหารเหนือ



น้ำพริกปลาจี่
 เป็นอาหารภาคเหนือ ใช้ปลาดุกย่างโขลกรวมกับพริกชี้ฟ้า หอม กระเทียมเผา แล้วใส่เครื่องปรุงอื่น ๆ และมะกอก รับประทานกับผักนึ่ง เช่น มะเขือยาว ถั่วฝักยาว หน่อไม้ไร่ และมะลิดไม้ (ฝักลิ้นฟ้า หรือเพกา มีลักษณะฝักยาว แบน ฝักอ่อน ทำให้สุก กินกับน้ำพริก)

วัตถุดิบสำหรับ 4 – 5 คน
1. พริกชี้ฟ้าหอมบัว(ภาคเหนือ) หัวบัว หรือบัว(อีสาน) 13 เม็ด
2. ปลาดุกย่าง โดยแกะแต่เนื้อหลังจากย่างแล้ว 1 ตัว
3. หอมแดง 6 หัว
4. กระเทียม 12 กลีบ
5. ต้นหอม 1 ต้น
6. ผักชี 2 ต้น
7. น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
9. ผักที่ใช้รับประทานคู่

วิธีการปรุง
1. เผาพริก หอม กระเทียม พอสุก ปอกเปลือกหอม และกระเทียม โดยโขลกพริก หอม กระเทียม  
2. ใส่เนื้อปลาดุกย่างลงโขลกให้เข้ากัน
3. ปรุงรสชาติตามชอบด้วย น้ำปลา, น้ำมะนาว, โรยต้นหอม และผักชี 

น้ำพริกปลาจี่ เป็นอาหารเหนือที่นิยมทานคู่กับผักสด เช่น มะเขือ, แตงกวา, หน่อไม้, มะกอก และผักกาดขาว

Tips: แยกเนื้อปลาดุกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแข็ง ๆ นำไปโขรกกับน้ำพริกก่อน ที่เหลือค่อยเอาไปคลุกเค้ากันพอ

แกงขนุนอ่อน อาหารเหนือ

แกงขนุนอ่อนอาหารภาคเหนือ แกงขนุน หรือ แกงบ่าหนุน ถือว่าเป็นแกงที่มีชื่อเป็นมงคล บางท่านนิยมแกงกินในงานแต่งงาน เพื่อเป็นเคล็ดว่าให้คู่แต่งงานนั้นมีความเกื้อหนุนจุนเจือต่อกัน และในวันปากปี คือหลังวันเถลิงศก (วันพญาวัน) หนึ่งวัน บางแห่งนิยมใส่ข่า ตะไคร้ทุบ และอาจมีจักข่าน (สะค้าน) บ่าแขว่น (ผลกำจัด) โขลกใส่ลงไปในแกงด้วย

ส่วนผสม
1. ขนุนอ่อน 350 กรัม
2. ซี่โครงหมูสับ    200 กรัม
3. มะเขือเทศลูกเล็ก 6 ลูก
4. ชะอมเด็ด 1 ถ้วย
5. ชะพลูหั่นหยาบ 1/2 ถ้วย
6. เครื่องแกง

วิธีทำ
1. โขลกเครื่องแกงรวมกันอันได้แก่  พริกแห้ง, กระเทียม กลีบ, หอมแดง และเกลือ
2. หลังจากนั้นต้มน้ำเดือด และละลายเครื่องแกงลงไปในน้ำเดือด ใส่ซี่โครงหมูที่เตรียม ใส่ขนุน ต้มจนนิ่ม จากนั้นใส่มะเขือเทศ, ชะอม, ใบชะพลูคนให้เข้ากัน ตั้งให้ผักสุก

Tips: เลือกขนุนอ่อนที่ยังไม่แก่ จะทำให้เนื้อแน่น เปื่อยง่าย และจะทำให้น้ำแกงมีรสชาติเข้มข้นขึ้น และเมื่อแกงสุกแล้วไม่ควรปิดฝาหม้อทันที เพื่อให้ใบชะพลู และชะอมไม่สุกเกินไป จะทำให้รสชาติดียิ่งขึ้น

อาหารภาคเหนือ ประกอบด้วยข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก มีน้ำพริกชนิดต่าง ๆ เช่น น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง มีแกงหลายชนิด เช่น แกงโฮะ แกงแค นอกจากนั้นยังมีแหนม ไส้อั่ว แคบหมู และผักต่าง ๆ สภาพอากาศก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้อาหารพื้นบ้านภาคเหนือแตกต่างจากภาคอื่น นั่นคือ การที่อากาศหนาวเย็นเป็นเหตุผลให้อาหารส่วนใหญ่มีไขมันมาก เช่น น้ำพริกอ่อง แกงฮังเล ไส้อั่ว เพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่น อีกทั้งการที่อาศัยอยู่ในหุบเขาและบนที่สูงอยู่ใกล้กับป่า จึงนิยมนำ  พืชพันธุ์ในป่ามาปรุงเป็นอาหาร เช่น ผักแค บอน หยวกกล้วย ผักหวาน ทำให้เกิดอาหารพื้นบ้าน ชื่อต่าง ๆ โดยเมนูนี้รับรองอร่อยไม่แพ้อาหารขึ้นชื่ออื่น ๆ ของภาคเหนือ

หมูพันปี อาหารภาคเหนือ

หมูพันปี อาหารภาคเหนือ https://www.lovethailand.org

หมูพันปี อาหารภาคเหนือ เมนูนี้เป็นการรวบรวมเอา เนื้อหมูสามชั้น ผักดอง และใบชาอูหลง วางทับซ้อนๆ กัน และนึ่งเป็นเวลา 4 ชั่วโมง เป็นเมนูที่ได้รับอิทธิพลมาจากผู้อพยพชาวจีน ที่มาอาศัยอยู่บริเวณภาคเหนือของไทย

หมูสามชั้นสไลด์บางๆ วางเรียงกันจนได้รูปชาม ยัดไส้ด้วยผักดองราดซอสตามสูตรยูนนาน นึ่งจนมีน้ำฉ่ำๆ ทานคู่หมั่นโถวนึงร้อนๆ อร่อยจนลืมไม่ลง

ส่วนผสม

  1. หมูสามชั้น 8 ขีด
  2. น้ำมันหอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  3. ผักแห้งหมุ่ยซอย 2 ขีด
  4. น้ำมันงา 2 ช้อนชา
  5. แป้งปรุงรสเจ 1/2 ช้อนชา
  6. ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำซุป 1 ถ้วยตวง
  8. น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
  9. เหล้าจีน 1/2 ช้อนชา
  10. น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง
  11. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. ล้างหมูสามชั้นให้สะอาดก่อนนำมาหั่นให้ได้ 8 ชิ้น เพื่อจะได้หมูชิ้นหนาพอดี
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอประมาณรอจนน้ำมันร้อน นำหมูสามชั้นลงทอด เติม ซีอิ๊วดำ น้ำมันหอย น้ำมันงา น้ำตาลทราย เหล้าจีน แป้งปรุงรสเจ ตามด้วยน้ำซุป ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จานพักไว้
3. ล้างผักแห้งหมุ่ยซอยให้สะอาดเพื่อลดความเค็มแล้วนำไปแช่น้ำจนผักอิ่มตัว ก่อนนำมาหั่นให้ได้ ขนาดตามต้องการ
4. ตั้งกระทะให้ร้อนใส่น้ำมัน กระเทียม ผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่ผัก เติมน้ำตาลผัดให้เข้ากัน ตักใส่จานพัก  ไว้
5.  นำหมูสามชั้นมาวางเรียงรอบชามและใส่ผักลงไป ตั้งไฟนึ่ง 30-45 นาที
6. เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ให้คว่ำชามลงบนภาชนะที่เตรียมไว้ ตกแต่งให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ

Tips: เลือกหมูสามชั้น มาเป็นแผ่นสวย ๆ หั่นสามชั้นให้เป็น 4 เหลี่ยมใหญ่ ๆ ด้านเท่าจตุรัส จะทำให้ซึมซับน้ำซุปได้มากขึ้น เอาด้านเนื้อ ๆ ลง เพราะหากเอาด้านหนังลง ไขมันจะโดนส่วนเนื้อที่มีน้ำหนักมากว่ากดทับ จะทำให้ชิ้นหมูไม่สวยงามได้

20 ที่เที่ยวกรุงเทพสุดฮิต

Wat Phrasrirattana Sasadaram

1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ตำบลพระบรมมหาราชวัง อำเภอพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่เที่ยวกรุงเทพที่ไม่ว่านักท่องเที่ยวชาติไหนก็อยากมาเห็นความสวยงามของวัดพระแก้วกันทั้งนั้น วัดพระแก้วนั้นเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และตั้งให้เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) พระคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย การเดินทางมาสักการะพระแก้วมรกต ควรแต่งกายด้วยชุดสุภาพ ให้เหมาะสมกับสถานที่

 

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)

2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ตำบลพระบรมมหาราชวัง อำเภอพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่เที่ยวกรุงเทพที่ไม่ไกลจากวัดพระแก้ว เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอนองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นวัดที่มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไทยกับศิลปะจีน ตามแบบพระราชนิยมของรัชกาลที่ 3 ที่เป็นเอกลักษณ์ และมีความโดดเด่น นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนนวนแผนไทย ตั้งอยู่ด้วย

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

3. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือที่นิยมเรียกว่า วัดแจ้ง, วัดอรุณ ตำบลวัดอรุณ อำเภอบางกอกใหญ่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นวัดโบราณที่สร้างมาในสมัยอยุธยา ถือเป็นที่เที่ยวกรุงเทพที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่ง เพราะความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมอันประเมินค่าไม่ได้ และตั้งเด่นเป็นสง่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นสัญลักษณ์ความสวยงามที่ให้ชาวโลกได้ประจักษ์ ควรค่าแก่การศึกษา สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมพระปรางค์วัดอรุณ ควรแต่งกายอย่างสุภาพ และใช้ความระมัดระวังในการเดิน เนื่องจากบันได้ค่อนข้างสูง และทางค่อนข้างแคบ รวมถึงไม่ความสัมผัสเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อองค์พระปรางค์

นิทรรศน์รัตนโกสินทร์

4. นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ตำบลวัดบวรนิเวศ อำเภอพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่เที่ยวกรุงเทพ ที่นำเสนอเรื่องราวด้านต่าง ๆ ในสมัยยุครัตนโกสินทร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2325 จนถึงปัจจุบัน ผ่านทางห้องจัดแสดงทั้งหมด 9 ห้อง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย การนำสื่อผสมเสมือนจริง 4 มิติ สื่อมัลติทัช และมัลติมีเดียแอนิเมชัน นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ชั้นบนสุดจะเป็นสกายวิว ที่นักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของถนนราชดำเนิน และอาคารสถาปัตยกรรมรอบกรุงโดยรอบ เช่น ภูเขาทอง, ป้อมมหากาฬ, วัดราชนัดดารามวรวิหาร โลหะปราสาท และลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ในมุมที่สวยที่สุดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

5. หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่เที่ยวกรุงเทพที่คนส่วนใหญ่นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า หอศิลป์กรุงเทพฯ เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ และหอศิลปวัฒนธรรม แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนนิทรรศกาลหลัก จะอยู่ในชั้น 7 – 9 และนิทรรศการย่อย จะประกอบไปด้วย กิจกรรมศิลปะ, ร้านค้า และห้องสมุดศิลปะ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาพอสมควร แนะนำให้เดินชมงานศิลปะไล่จากชั้นล่างขึ้นชั้นบน ทางเดินมีลักษณะคล้ายก้นหอย ซึ่งจะมีศิลปะเก๋ ๆ ตลอดทางเดิน สามารถถ่ายรูปได้ เดินชมผลงานศิลปะ อย่างสบายใจ และยังได้ความรู้ นอกจากนี้ภายในยังมีร้านค้าต่าง ๆ มากมาย เช่น ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม, ร้านขายผลงานศิลปะ, ร้านขายเครื่องประดับแฮนด์เมด และร้านขายของที่ระลึก เป็นต้น โดยไม่เสียค่าเข้าชม ยกเว้นการจัดกิจรรม และการแสดงพิเศษ อาจมีค่าเข้าชม

ช่างชุ่ย

6. ช่างชุ่ย ตำบลบางพลัด อำเภอบางพลัด จังหวัดกรุงเทพมหานคร มาต่อกับที่เที่ยวกรุงเทพ สุดแนว สถานที่ของคนรุ่นใหม่ ศูนย์รวมความอาร์ต ผลงานศิลปะ ไอเดียต่าง ๆ ถือเป็นแลนมาร์คอีกแห่งในย่านฝั่งธน ที่คุณลิ้ม สมชัย เจ้าของแบรนด์ Flynow ปรับเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่า ให้เป็นพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ ไอเดีย ความแตกต่าง แบบไร้ขีดจำกัด ซึ่งโดดเด่นด้วยเครื่องบินเก่าปลดระวาง อันเป็นสัญลักษณ์ของช่างชุ่ย ภายในตกกต่งด้วยของเก่า เช่น ไม้เก่า, โครงเหล็ก, สังกะสี และอื่น ๆ ช่างชุ่ย เป็นเหมือนสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่นักท่องเที่ยวสามารถ เดินเล่น หาของอร่อยรัยประทาน จิบชา กาแฟ, อ่านหนังสือ, เสพงานศิลป์ และมุมถ่ายรูปสวย ๆ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย มีงานออกร้าน มีตลาดนัดทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ มีบาร์ สำหรับคนรักการดื่มเบียร์ และพื้นที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เกมส์ยิงปืน, ชูทบาส และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากกมาย

ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง

7. ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง
 ตำบลดอกไม้ อำเภอประเวศ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่เที่ยวกรุงเทพแนวแหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศแบบยั่งยืน เป็นการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในที่ดินของปตท. จำนวนถึง 12 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณถนนสุขาภิบาล 2 ภายใต้แนวคิดส่งเสริมพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองของกลุ่ม ปตท. ภายในศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง แบ่งเป็นพื้นที่ป่า 75%, พื้นที่ใช้งาน 15% และพื้นที่น้ำ 10% อาคารมีการออกแบบให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม มีโครงการชมป่า, Sky Walk, อาคารนิทรรศการ และน้ำตก เป็นสถานที่เที่ยวกรุงเทพแห่งใหม่ที่เป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ได้เรียนรู้ และยังมีมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ อีกด้วย

เยาวราช

8. เยาวราช ถนนเยาวราช ตำบลสัมพันธวงศ์ อำเภอสัมพันธวงศ์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นถนนสายหนึ่งในกรุงเทพ ซึ่งมีระยะทางความยาวประมาณ 1,510 เมตร จนได้รับการขนานนาว่าเป็นถนนมังกร โดยมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา จนสิ้นสุดที่ปลายถนน เยาวราช เป็นแหล่งชุมชนชาวจีน และชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก จัดเป็นย่านธุรกิจ, การเงิน, ร้านทอง, ภัตตาคาร และร้านค้าต่าง ๆ เป็นที่เที่ยวกรุงเทพที่สำคัญแห่งหนึ่ง และได้รับการขนานนามว่า ไชนาทาวน์แห่งกรุงเทพมหานคร เยาวราช ถือเป็นแหล่งของกินสุดฮิตของวัยรุ่น และคนทำงานที่ชอบซอกแซกหาของกินอร่อย ๆ ยามค่ำคืน ถือเป็นสวรรค์ของการกินดื่มของคนไทย และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะช่วงเย็น เยาวราชจะคึกคักมากเป็นพิเศษ สองฟากฝั่งจะมีอาหารตั้งเรียงราย ร้านบางร้านเปิดมานานหลายสิบปีจากรุ่นสู่รุ่น แต่ยังคงความอร่อยได้คุณภาพไม่เปลี่ยนนับเป็นสถานที่เที่ยวในกรุงเทพที่ห้ามพลาด

 พิพิธภัณฑ์บ้านเรือนไทยของจิม ทอมป์สัน

9. พิพิธภัณฑ์บ้านเรือนไทยของจิม ทอมป์สัน ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่เที่ยวกรุงเทพอีกแห่งที่เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยจนเป็นที่รู้จัก และโด่งดังไปทั่วโลก จนได้รับฉายาว่า “ราชาผ้าไหมไทย” ภายในพิพิทธภัณฑ์ จัดแสดงศิลปวัตถุของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตัวอาคารเป็นเรือนไทยที่ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น การมาเยือนยังสถานที่แห่งนี้นับเป็นที่เที่ยวกรุงเทพที่สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวไม่น้อย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ และหลงใหลในผ้าไหมไทย

บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

10. บ้านศิลปิน คลองบางหลวง
 ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอภาษีเจริญ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ชุมชนริมคลองบางหลวงเป็นชุมชนเก่าแก่ริมน้ำ ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายในอดีต สัมผัสได้ถึงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวบ้านในแถบนี้ ไม่ว่าจะเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวที่มีรูปทรบเก่าแก่ วัดวาอาราที่ดูแล้วมีความสงบร่มเย็น บ้านศิลปิน เป็นสถานที่แสดงงานศิลป เป็นที่รวมตัวกันของกลุ่มศิลปินที่รักในงานศิลปะ เป็นอาคารไม้ทรงมะนิลารูปตัวแอลที่สร้างล้อมรอบเจดีย์เก่า ด้านบนตัวอาคารเปิดเป็นแกลเลอรี่แสดงงานศิลปะทั้งภาพวาด, ภาพถ่าย, ภาพพิมพ์, งานแกะสลัก และงานจิวเวลรี่ รวมถึงเครื่องใช้โบราณของกลุ่มศิลปินหลายแขนง ให้ได้ชม นอกจากนี้ทุกวันเวลาบ่าย 2 โมง ที่บ้านศิลปินจะมีการแสดงหุ่นละครเล็กให้ชมฟรีอีกด้วย อีกทั้งยังจัดสรรพื้นที่ทำเป็นร้านขายของที่ระลึก, ร้านกาแฟ และเครื่องดื่ม ที่สามารถนั่งจิบพร้อมชมวิวทิวทัศน์ริมคลองบางหลวง ถือเป็นบ้านไม้แห่งแรกที่ปลุกชีวิตชุมชนคลองบางหลวงให้กลับมาดึกคักอีกครั้งนึง นับเป็นที่เที่ยวกรุงเทพที่ไม่ควรพลาดอีกหนึ่งทริป

ถนนข้าวสาร

11. ถนนข้าวสารตำบลตลาดยอด อำเภอพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นที่ที่ยวกรุงเทพที่เป็นที่รู้จักกันดีในนามของถนนแบคแพ็คเกอร์ หรือนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวชาวต่างชาติที่ชอบแบกกระเป๋าแล้วท่องเที่ยวไปตามใจชอบ ในยามค่ำคืนถนนข้าวสารจะเป็นแหล่งปาร์ตี้ที่รู้จักกันไปทั่วโลกเพราะถนนข้าวสารเป็นศูนย์รวมของที่พัก, ร้านอาหารนานาชาติ, ร้านอาหารไทยริมทาง, ร้านเหล้า, ผับบาร์ เรียงรายอยู่เต็มไปหมดให้คุณได้เลือกนั่งชิลกันแบบที่ว่าเลือกแทบไม่ถูกกันเลยทีเดียว สำหรับคนที่เป็นสายปารตี้ไม่ควรพลาด

ตลาดนัดรถไฟรัชดา

12. ตลาดนัดรถไฟรัชดา
 ตำบลดินแดง อำเภอดินแดง จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่เที่ยวกรุงเทพสุดฮิตของวัยรุ่นทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ตลาดนัดรถไฟรัชดาจะมีจุดเด่น และเสน่ห์ในตัว เหมาะกับคนมีสไตล์ ไมว่าจะเป็นอาหารที่หลากหลายแปลกพิศดาร ร้านเหล้าที่มีดนตรีสดเล่น, ร้านนั่งคุย และร้านสำหรับชาวต่างชาติ ตลาดนัดรถไฟรัชดาจะคึกคักมากในช่วงวันศุกร์ – วันอาทิตย์

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟรอนต์

13. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟรอนต์ ตำบลวัดพระยาไกร อำเภอบางคอแหลม จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่เที่ยวกรุงเทพแนวศูนย์การค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ในบรรยากาศสุดชิบ และโรแมนติกอย่างที่สุด ไฮไลท์คือชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ที่จะทำให้คุณสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ได้อย่างไกลสุดลูกหูลูกตา และภายในยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ และร้านอาหารหลายหลายสไตล์ให้เลือกมากมาย

ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ

14. ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ ตำบลพระโขนง อำเภอคลองเตย จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่เที่ยวกรุงเทพเพื่อการศึกษา ปัจจุบันใช้ชื่อ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ภายในมีหลายอาคารให้คุณเลือกชมตามความสนใจทั้งการให้ความรู้ทางด้านดาราศาสตร์, อวกาศ, โลกใต้น้ำ, ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์สุขภาพ สามารถปีนหน้าผา ออกกำลังกายกลางแจ้ง, ฝึกอบรมเทนนิส, ว่ายน้ำ ได้อีกด้วย

ล้ง 1919

15. ล้ง 1919 ตำบลคลองสาน อำเภอคลองสาน จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่เที่ยวกรุงเทพ แหล่งท่องเที่ยว ชม ชิม และช้อปปิ้ง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีน ใช้โครงสร้างไม้เดิม มาบูรณะใหม่โดยคงลักษณะเดิมไว้ ภายในมีโกดังเก่าของตระกูลหวั่งหลี, ศาลเจ้าหม่ำโจ้ว, ศาลเจ้าจีนเก่าแก่ในเขตคลองสาน, ท่าเรือหวั่งหลี, ลานกิจกรรมกลางแจ้ง และ Co-Working Space รวมทั้งยังมีร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, ร้านจำหน่ายสินค้าศิลปะ, พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ความสัมพันธ์ไทย-จีน ให้เรียนรู้อีกด้วย

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

16. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ตำบลพระบรมมหาราชวัง อำเภอพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่เที่ยวกรุงเทพในแบบพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2477 จัดแสดงเรื่อง 1. ประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดิน ประวัติศาสตร์ชาติไทย ความเป็นมา และอารยธรรมที่รุ่งเรืองของไทย 2. ประณีตศิลป์สืบสมัย ชมงานประณีตศิลปชิ้นเอกที่จัดแสดงภายในหมู่พระราชฐานชั้นใน อันเคยเป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคลร่วมหลายพระองค์ และการประณีตศิลป์ เช่น เครื่องสูง, เครื่องคชาธาร, เครื่องถ้วยโลหะ และเครื่องอาวุธ เป็นต้น 3. ประวัติศาสตร์ศิลปไทยสืบสาน จัดแสดงประวัติศาสตร์ศิลปะโบราณคดีในประเทศไทย 4. โบราณสถานวังหน้า ชมสถาปัตยกรรมชั้นเยี่ยมแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร นั้นควรค่าแก่การมาเยี่ยมชมสักครั้งในชีวิต ซึ่งการันตีด้วยยอดผู้เข้าชมสูงสุดในประเทศไทยอีกด้วย โดยล่าสุดได้ปรับปรุงหลายส่วนเพื่อเข้าสู่ความเป็นมาตรฐานสากล โดยเตรียมจะเปิดให้ชมห้องนิทรรศการใหม่ ๆ พร้อมกับวัตถุโบราณจากต่างชาติ ถือเป็นที่เที่ยวกรุงเทพสำหรับคนที่หลงไหลในงานศิลปะอย่างแท้จริง

บ้านบางเขน

17. บ้านบางเขน ตำบลอนุสาวรีย์ อำเภอบางเขน จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่เที่ยวกรุงเทพที่จะพาคุณย้อนวัยไปในยุค 90 เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้เรื่องราวในอดีต ของเก่า ของสะสมโบราณ ให้อารมณ์สโลว์ไลฟ์ ย้อนความรู้สึกกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ด้วยการตกแต่งสไตล์บ้านไม้ บ้านอิฐปูน รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ที่เราคุ้นตากันมาตั้งแต่เด็ก ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น มีมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ ภายในมีร้านค้า, ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม ทั้งอาหารจานเด็จจากทุกท้องถิ่นให้เราได้นั่งทานกัน

ตลาดน้ำตลิ่งชัน

18. ตลาดน้ำตลิ่งชัน ตำบลคลองชักพระ อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่เที่ยวกรุงเทพสไตล์ตลาดน้ำใจกลางเมืองกรุง ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ และวิถีชาวบ้าน ชาวสวนริมน้ำสองฝั่งคลอง ที่แวดล้อมไปด้วยสวนผัก สวนกล้วยไม้ และผลไม้พื้นบ้านไว้อย่างครบครัน มีอาหารพื้นบ้าน, อาหารท้องถิ่นสมัยโบราณ มีเรือแพห้นั่งชิมอาหารอร่อยริมน้ำ รวมถึงยังมีงานหัตถกรรมดี ๆ จากภูมิปัญญาของชาวบ้านมาวางจำหน่าย ตลาดน้ำตลิ่งชันเปิดเฉพาะวันเสาร์ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.

ท่ามหาราช

19. ท่ามหาราช ตำบลบรมมหาราชวัง อำเภอพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่เที่ยวกรุงเทพที่เป็นเสมือนจุดนัดพบแห่งใหม่ของไลฟ์สไตล์บนถนนมหาราช ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรม และอารยธรรมที่เก่าแก่ ท่ามหาราช แต่เดิมเคยเป็นถนนข้างกำแพงหลวง ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเป็นคอมมูนิตี้ช้อปปิ้งมอลล์ โดยเปิดให้เป็นริเวอร์ไซต์วอร์ค ให้สามารถเข้าถึง หรือเดินไปบริเวณน้ำได้ เป็นสถานที่ทานข้าว, นั่งชิลล์ริมน้ำ, เดินเล่น, รับลม, พักผ่อนหย่อนใจ และถ่ายรูปสวย ๆ นอกจากนี้ท่ามหาราช ยังสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเทียวใกล้เคียงได้อีกหลายแห่ง

วังหลัง

20. วังหลัง ตำบลศิริราช อำเภอบางกอกน้อย จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่เที่ยวกรุงเทพบนถนนสายสำคัญในเขตพื้นที่บางกอกน้อย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับท่าพระจันทร์ ซึ่งเป็นย่านการค้า และสถานที่ราชการ เช่น โรงพยาบาลศิริราช และพระบรมมหาราชวัง เป็นเหมือนสถานที่สุดฮิตของวัยรุ่น เพราะถนนเส้นนี้จะมีตลาดนัดวังหลัง ร้านขายของมากมาย และยังโด่งดังในเรื่องอาหาร เพราะบางร้านเปิดมานาน และเป็นที่ยอมรับของคนระแวกนั้น สังเกตุจากคนที่ยืนต่อคิวซื้อกันเป็นแถวยาว นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟริมน้ำอีกด้วย

ขอบคุณที่มา:

รวมสถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ เที่ยวได้ไม่เบื่อ

12396513-01cd-49bd-be0d-c3f0993dd2ca

รวมสถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ เที่ยวได้ไม่เบื่อ หากเรามองหาที่เที่ยวที่อากาศเย็นสบาย สถานที่สวยงาม มีความเป็นธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมแบบล้านนาที่วิจิตรงดงาม ประเพณีภาคเหนือ และวัฒนธรรมภาคเหนือที่เป็นเอกลักษณ์ รวมกับอาหารเหนือแบบดั้งเดิม ก็คงจะนึกนึงภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็น ทริปเชียงใหม่ หรือทริปแม่ฮ่องสอน ล้วนเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น

ภาคเหนือ เป็นดินแดนที่มีประเพณีที่ดีงาม มีพิธีกรรม ความเชื่อ ภาษา การแต่งกาย ที่น่าค้นหา เนื่องจากภาคเหนือเป็นดินแดนที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม จึงนับเป็นดินแดนที่อาจเรียกได้ว่าเป็นดินแดนของกลุ่มวัฒนธรรมล้านนา มีการกระจายตัว และแบ่งเป็นกลุ่ม ใช้ชีวิต และมีขนบธรรมเนียมที่เก่าแก่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงยังมีการสืบทอดประเพณีทางศาสนากันมาแต่โบราณ

ภาคเหนือ นั้นพื้นที่โดยรอบจะเป็นภูเขาสูงสลับกัน ทำให้ฤดูหนาวมีอากาศที่หนาวจัด และในฤดูร้อนมีอุณหภูมิค่อนข้าสูง เพราะไกลจากทะเล วัฒนธรรมในท้องถิ่นของภาคเหนือนั้นแบ่งออกได้ดังนี้ วัฒนธรรมทางภาษาถิ่น, วัฒนธรรมการแต่งกาย, วัฒนธรรมการกิน, วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับศาสนา-ความเชื่อ และประเพณีของภาคเหนือ

ที่เที่ยวภาคเหนือ มีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยวเชิงศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก, สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ, วัดวาอาราม, โครงการในพระราชดำริ หรือโครงการหลวง, การเที่ยวแบบวิถีชีวิต, การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ และธรรมชาติสัตว์ป่า ไม่ว่าจะเป็น เที่ยวดอย, เที่ยวภูเขา, เขื่อน, อุทยานแห่งชาติ, น้ำตก รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงเกษตร หรือจะไปช้อปปิ้งที่ถนนคนเดินก็มีให้เลือกเที่ยวได้ตามสไตล์ของคุณ

สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
https://www.lovethailand.org/travel/th/1-เชียงใหม่/15661-อาหารภาคเหนือ-อาหารเหนือ.html
https://www.lovethailand.org/travel/th/1-เชียงใหม่/15660-ประเพณีภาคเหนือ-และวัฒนธรรมภาคเหนือ.html
https://www.lovethailand.org/travel/th/1-เชียงใหม่/15657-รวมสถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่-ทริปเชียงใหม่-ยอดนิยม.html